
ช่างทองมิได้ทำทองรูปพรรณเพื่อหวังความร่ำรวย แต่จะภาคภูมิใจเมื่อลูกค้าหรือผู้สวมใส่มีความพึงพอใจ ช่างทองก็พลอยมีความสุขไปด้วย
ครูกิตติพร เกิดที่อำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น เมื่ออายุได้ 15 ปี ได้มีโอกาสมาฝึกงานกับญาติที่ร้านทองเพชรสุวรรณ จังหวัดระยอง และด้วยความที่เป็นคนช่างซัก ช่างถาม ใฝ่ที่จะเรียนรู้ จึงได้รับความไว้วางใจให้ลงมือทำเครื่องทองให้กับร้าน จนกลายเป็นช่างประจ่าร้าน นานถึง 7 ปี หลังคลุกคลีอยู่ในงานเครื่องทองจึงเรียนรู้ว่า สกุลช่างทองที่มีความละเมียดละไม อ่อนช้อย วิจิตรของไทยนั้นมีชื่อของเครื่องทองสกุลช่างทองเพชรบุรี
ครูกิตติพร จึงแสวงหาร้านทองสกุลช่างเพชรบุรี ที่ได้รับการยอมรับในยุคนั้นถึงความเป็นเอกในฝีมือช่างทอง และได้เข้าทำงานร้านทองอาจิว จังหวัดเพชรบุรี หลังจากนั้นอีก 2 ปี ก็ได้ลาออกมารับงานอยู่กับบ้าน ในยุคที่ทำงานแทบไม่ทันความต้องการของลูกค้า เพราะราคาทองคำยังไม่สูงมาก และมีเพียงร้านทองอาจิว ของเพชรบุรีเท่านั้นที่รับทำทองในแนวจิวเวลรี่ ด้วยความเอาใจใส่ วิริยะอดทน ต่อการสร้างสรรค์ชิ้นงาน ทำให้ชิ้นงานของครูกิตติพรมีเอกลักษณ์ รายละเอียดที่ชัดเจนของลวดลาย กลายเป็นเสียงบอกต่อถึงฝีมือสกุลช่างทองเพชรบุรีของเขาอย่างกว้างขวาง
ประสบการณ์ที่สั่งสมทั้งซ่อมแซมงานโบราณและการรับทำชิ้นงานร่วมสมัย ทำให้ครูกิตติพรหันมาพัฒนารูปแบบงานทองโบราณในแนวจิวเวลรี่เต็มตัว โดยได้ขอความรู้จาก ครูเนื่อง แฝงสีคำ ช่างทองโบราณเมืองเพชร (ครูศิลป์ของแผ่นดิน ปี 2552) ยิ่งทำให้ชิ้นงานทองโบราณของครูกิตติพรมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากงานทองโบราณอื่นอย่างชัดเจน คือ งานครูกิตติพรจะออกแนวประยุกต์และเลือกใช้ทองคำบริสุทธิ์ 96.50% ที่ช่วยให้ชิ้นงานคงรูปสวยงามแต่มีคุณค่าของความเป็นเครื่องทองเพชรบุรีที่มีลายละเอียดวิจิตรนั่นเอง