ผ้าบาติกลายพระราชทานป่าแดนใต้ เป็นผืนผ้าในคอลเลคชั่นพิเศษของศรียะลาบาติก ที่ถ่ายทอดลวดลายที่มีต้นแบบมาจากผ้าบาติกลายพระราชทาน “ป่าแดนใต้” ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ซึ่งประกอบด้วย ลายนกเงือก ลายดอกดาหลา และลายเถาไม้พร้อมลายประกอบต่าง ๆ ในรูปแบบของการสร้างลายด้วยการเขียนเทียนและการใช้สีธรรมชาติ ด้วยองค์ความรู้ในการจัดวางลวดลายและสีสันของครูปิยะทำให้ผ้าบาติกลายพระราชทานป่าแดนใต้ผืนดังกล่าวมีความงดงามผ่านมิติลวดลายและมิติของสีสัน ถ่ายทอดความอุดมสมบูรณ์และความงดงามของป่าแดนใต้ร่วมกับสีสันจากทรัพยากรในพื้นที่จังหวัดยะลาได้อย่างงดงาม
เทคนิคที่ใช้ : การสร้างมิติสีสันบนผืนผ้าด้วยการเขียนเทียน
กระบวนการสร้างสรรค์ชิ้นงาน (โดยละเอียด) :
1. การเตรียมผ้า : นำผ้าซาตินที่เตรียมไว้มาตัดตามขนาดที่ต้องการ ซึ่งผ้าซาตินสำเร็จที่มีคุณสมบัติเรียบ ลื่น เป็นเงาสวย นิยมใช้ทำเป็นผ้าในงานบาติก แล้วนำไปขึงบนแท่นเฟรมให้ตึงทุกด้าน
2. การเตรียมสีพื้น : สำหรับการสร้างสรรค์ผ้าบาติกหรือปาเต๊ะด้วยสีธรรมชาติ ขั้นตอนนี้ถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นขั้นตอนแรกในการเตรียมสีและช่วยให้สีต่างๆ ที่สร้างสีสันให้แก่ผืนผ้าปรากฎสีสันที่ชัดเจน และมีความคงทน ซึ่งผ้าบาติกลายพระราชทานเพ้นท์ด้วยสีธรรมชาติ มีการเตรียมสีพื้น 2 ขั้นตอน ดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 : การเตรียมสีพื้นด้วยน้ำรองย้อม (น้ำรองย้อมคือ การใช้คุณสมบัติตามธรรมชาติของพืชที่พบในท้องถิ่นเช่น เปลือกกล้วยหิน ใบหูกวาง ใบฝรั่ง มาทำเป็นน้ำรองย้อมที่ช่วยให้สีติดดียิ่งขึ้น) โดยนำแปรงทาสีมาจุ่มน้ำรองย้อมจากใบหูกวางที่เตรียมไว้จนทั่ว จะทำให้สีพื้นของผ้าสีแรกเป็นสีเหลืองอ่อน - สีส้มอ่อน จากนั้นทิ้งไว้ให้แห้งประมาณ 30 นาที
ขั้นตอนที่ 2 : เตรียมสีพื้นชั้นที่ 2 ด้วยการใช้สีธรรมชาติที่ได้จากใบเปลือกมังคุด ซึ่งให้สีน้ำตาลเข้มเป็นสีพื้นสีที่สอง
3. การสร้างลายบนผื้นผ้า : ด้วยการเขียนเทียนโดยการใช้จันติ้ง (Canting / Tjanting) ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการเขียนเทียนขี้ผึ้งชนิดหนึ่ง ทำจากโลหะทองเหลืองหรือทองแดงและมีส่วนบรรจุน้ำเทียนเพื่อให้ผู้สร้างสรรค์สามารถวาดลายได้หลากหลายขนาดและมีความหนา - บาง ของเส้นเทียนตามที่ต้องการ เป็นลวดลายที่มีต้นแบบมาจากผ้าบาติกลายพระราชทาน “ป่าแดนใต้” ประกอบด้วย ลายนกเงือก ลายดอกดาหลา และลายเถาไม้พร้อมลายประกอบต่าง ๆ
สำหรับการสร้างลายโดยการเขียนเทียนด้วยขี้ผึ้ง 100% ผสมกับเทียนแผ่นด้วยการต้มจนร้อนและมีความเหลวได้ที่ของครูปิยะ นอกจากเป็นการวาดลายเส้นเป็นรูปต่างๆ ตามจินตนาการแล้ว ยังมีการใช้จันติ้งลงเทียนเป็นแผ่น หรือจุดใหญ่ ๆ ตามขนาดที่ต้องการ ทั้งนี้หากต้องการให้ตัวลายมีลักษณะคล้ายกับรอยแตกเพื่อให้สีย้อมซึมลงผืนผ้า เพื่อความสวยงามและความสมจริงของลวดลาย ลักษณะขี้ผึ้งที่ใช้ต้องมีความแข็งกว่าปกติเล็กน้อยเพื่อให้สามารถสร้างรอยแตกบนผิวเทียนได้
4. การลงสี : เตรียมสีธรรมชาติเพื่อให้โทนสีตามที่ต้องการ ดังนี้ สีน้ำตาลแดง จากเปลือกไม้เคี่ยม สีชมพู - แดง จากครั่ง และใบว่านกาบหอ หลังจากลงสีตามตำแหน่งที่ต้องการด้วยแปรงหรือพู่กันและผึ่งไว้ให้แห้งหมาดแล้ว หากจุดใดต้องการให้สีเข้มขึ้นให้ลงสารช่วยติดสี (Mordant) ที่เตรียมจากสนิม หรือปูนแดง ในตำแหน่งที่ต้องการ หากจุดใดต้องการให้สีอ่อนลงให้ลงสารช่วยติดสีที่เตรียมจากสารส้ม หรือปูนขาว เพื่อเพิ่มมิติของสีทั้งในส่วนของลวดลายและส่วนพื้นผิวของผ้า
5. การต้มละลายน้ำเทียน : หลังจากได้สีตามต้องการแล้ว ก่อนนำไปต้มน้ำเทียนให้นำผ้าไปล้างหรือผ่านน้ำสะอาดประมาณ 1 – 2 น้ำ เพื่อสังเกตการซึมของสีในเนื้อผ้า จากนั้นจึงนำไปต้มในน้ำร้อนที่ผสมด้วยผงซักฟอกเล็กน้อย (เพื่อทำความสะอาดและช่วยฟิกซ์สีไม่ให้สีตก) ซึ่งเทียนจะค่อยๆ ละลายออกจากเนื้อผ้า โดยขี้ผึ้งที่ได้จากการต้มลอกออกจากผืนผ้าเมื่อทิ้งไว้ให้เย็นจนกลายเป็นแผ่นขี้ผึ้ง สามารถนำมาใช้ในการทำน้ำเทียนสำหรับการพิมพ์บล็อกไม้และการเขียนเทียนในครั้งต่อๆ ไป หลังจากนั้นจึงนำผ้าไปแช่และล้างในน้ำเย็น ก่อนนำไปผึ่งให้แห้งและรีดให้เรียบเพื่อพร้อมต่อการใช้งาน