ตะเกาเงินลายดอกขจร

กลุ่มงานศิลปหัตถกรรม ประเภทงานหัตถศิลป์ไทย

ตะเกาเงินลายดอกขจร เป็นลายดั้งเดิมที่ครูป่วนนำต้นแบบมาจากลายโบราณที่ได้รับการสืบทอดมาจากรุ่นบรรพบุรุษ โดยครูป่วนได้จดจำลายดั้งเดิมมาจากการไปพบเห็นที่ตำบลสะเดา อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ เป็น 1 ใน 13 ลายของตะเกาเงินต้นแบบของครูป่วน มีรูปทรงเป็นดอกไม้ต่อก้านดอกติดบนฐาน ดอกเป็นทรงกลม มีกลีบดอกลักษณะเป็นปลายแหลมติดประดับไข่ปลาเป็นกลีบดอก 2 ชั้น ส่วนของเกสรเป็นลายลวดฟั่น 3 แถว ติดสลับแนวกัน ต่อด้วยลายก้นหอย 3 ชั้น  ตรงกลางเป็นเงินขึ้นรูปเป็นวงกลมนูนเป็นเกสรชั้นในสุด ก้านดอกเป็นก้านเหลี่ยมดัดโค้ง ฐานดอกเป็นทรงถ้วยคว่ำ ประดับด้วยเป็นลายไทย ขอบฐานประดับด้วยด้วยเส้นเงินลายลวดฟั่น ฐานดอกเป็นตัวอักษร “กจร” และ “ช.ป่วน”

  • “ขจร” เป็นพืชล้มลุกพื้นบ้านของไทย ดอกขจรนำมาประกอบอาหารรับประทานได้ โบราณเชื่อว่าเป็นดอกไม้แห่งสายสัมพันธ์ในครอบครัว ชุมชน และสังคม การใช้เครื่องประดับลายดอกขจร หมายถึงการเสริมพลังบวก มีความอบอุ่นจากลูกหลานไม่ขาดสาย ลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมือง
ประเภทงานหัตถกรรม :
เครื่องโลหะ
กลุ่มวัฒนธรรม :
ขอมโบราณ
ผู้สร้างสรรค์ :
ขนาด :
กว้าง 9.5 เซ็นติเมตร สูง 15 เซ็นติเมตร หนา 7 เซ็นติเมตร
แหล่งที่มา :
วิสาหกิจชุมชนลุงป่วน เครื่องเงินลายโบราณ
วัสดุ :
1. โลหะเงิน 2. น้ำยาประสานเงิน 3. น้ำมันเบนซิน 4. น้ำกรดเจือจาง
อายุ/ปีที่ผลิต :
2560
รายละเอียดชิ้นงาน

เทคนิคที่ใช้ : การหลอม รีด ขด ดัด เชื่อม และแกะสลัก โลหะเงิน
กระบวนการสร้างสรรค์ชิ้นงาน (โดยละเอียด) :
ใช้ขั้นตอนการทำเงินลายโบราณ ดังนี้

  1. นำเงินไปหลอม  โดยนำก้อนเงินลงหลอมในเบ้าหลอมจนก้อนเงินละลายเหลว แล้วนำไปเทใส่เบ้าจานหรือรางเทเงิน จะได้เป็นแท่งเงิน ทิ้งไว้ให้เย็น
  2. นำแท่งเงินมารีดเป็นแผ่น หรือดึงให้เป็นเส้นลวด จนได้ขนาดที่เหมาะสมสำหรับนำไปดัดเป็นลวดลายต่าง ๆ
  3. ดัดและประกอบชิ้นงาน ในขั้นตอนนี้จะใช้การเหยียบเครื่องสูบลมพ่นไฟหัวเชื่อม เพื่อช่วยให้เงินอ่อนตัวสามารถดัด ขึ้นรูป และเชื่อมติดได้  โดยใช้น้ำยาประสานเงินในการเชื่อมเงินให้ติดกัน
    สำหรับการทำ ตะเกาเงินลายดอกขจร มีขั้นตอนดังนี้
  1. การขึ้นดอก :
    - ทำแผ่นเงินรับตัวดอก : นำเงินมารีดที่เป็นแผ่นแบนๆ แล้วใช้เหล็กตุ๊ดดู่ตัดขอบแผ่นเงินให้แผ่นวงกลม เพื่อใช้เป็นฐานรองรับดอก
    - ทำกลีบดอกมะลิ : ทำโครงกลีบดอกก่อน โดยนำแท่งเงินไปรีดให้เป็นลวดแบนแล้วดัดโค้งเป็นรูปตัวยู (U) นำไปติดที่ขอบของแผ่นรับตัวดอกจนรอบ  แล้วจึงนำเม็ดไข่ปลาตีให้แบนติดเชื่อมบนโครงกลีบทุกชิ้น
    - ทำเกสร : ทำเป็นลายก้นหอย 5 ชั้น  ตรงกลางเกสรติดด้วยเงินลายดอกพริก และนำเงินขึ้นรูปทรงกลมนูนวางติดตรงกลาง
  2. การติดก้านดอกและฐานชิ้นงาน
    -  ทำก้านดอก : นำเงินไปรีดเป็นเส้นทรงสี่เหลี่ยม ดัดโค้งให้เป็นก้านดอก นำไปติดเชื่อมกับด้านหลังของตัวดอก
    - ทำฐานชิ้นงาน : นำเงินไปหลอมขึ้นรูปเป็นทรงถ้วยคว่ำ ติดประดับด้วยลายไทย จากการนำแผ่นเงินรีดให้เป็นแผ่นบางๆ แกะสลักดุนเป็นลาย  ขอบฐานใช้ลวดพันเป็นเกลียวลายลวดฟั่น 2 เส้นติดสลับแนวกัน
    -  เชื่อมก้านดอกเข้ากับฐานชิ้นงาน
    -  ตีแผ่นเงินสลักตัวอักษรคำว่า “มะลิ” และ “ช.ป่วน” ติดที่ฐานดอกด้านหน้าและด้านหลัง
  1. นำชิ้นงานไปเผาเพื่อให้สนิมหลุดออก โดยใช้การเหยียบเครื่องสูบลมพ่นไฟด้วยหัวเชื่อมจากน้ำมันเบนซินเผาชิ้นงาน เมื่อเงินถูกความร้อนจะเป็นสีขาวนวลโดยธรรมชาติ
  2. นำชิ้นงานแช่ในน้ำกรดเจือจางเพื่อให้เกิดความเงา
  3. ล้างและขัดชิ้นงานด้วยแปรงให้เงินใสสวย
  4. นำชิ้นงานเช็ดและไปเป่าให้แห้ง
  • ก้นหอย คือ รูปแบบของลายเครื่องเงิน โดยนำเงินไปรีดเป็นเส้นลวดแล้วนำมาติดเป็นเส้นรอบวงไว้ก่อน  นำเส้นลวดอีกเส้นมาเผาให้อ่อนตัวนำไปพันกับกล้าทองเหลือง พันวนเป็นวงไปเรื่อย ๆ จนเป็นตัวหนอน นำออกจากกล้าทองเหลือง นำไปติดเชื่อมให้ความยาวพอดีกับเส้นรอบวงที่ 1 ทำเช่นกันนี้ติดเรียงเป็นชั้นๆ ตามที่ต้องการ
  • ไข่ปลา คือ รูปแบบของลายเครื่องเงิน มีลักษณะเป็นเม็ดเงินกลม ทำด้วยวิธีการตัดลวดเงินเป็นข้อเล็ก ๆ แล้วใช้ไฟลนหลอมจนเงินรวมตัวกันเป็นก้อนเงินกลม
ข้อมูลแหล่งที่มา
แหล่งเรียนรู้งานศิลปหัตถกรรมที่เกี่ยวข้อง
วิสาหกิจชุมชนลุงป่วน เครื่องเงินลายโบราณ
ดูรายละเอียด