กระจกมงคลเบญจธาตุ

กลุ่มงานศิลปหัตถกรรม ประเภทงานหัตถศิลป์ไทย

กระจกมงคลเบญจธาตุ เป็นชิ้นงานเฉพาะที่จัดทำขึ้นเพื่อเข้าร่วมโครงการ SACICT Signature Collection หรือโครงการพัฒนาอัตลักษณ์เบญจรงค์ไทย ที่ส่งเสริมและผลักดันให้เกิดการพัฒนาต่อยอดภูมิปัญญางานหัตถศิลป์ให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้คน เพื่อให้เกิดการใช้งานเบญจรงค์แบบร่วมสมัย และสร้างความตระหนักในคุณค่าของเบญจรงค์

นายวิรัชจึงเกิดแนวคิดสร้างชิ้นงานด้วยการเพิ่มฟังก์ชั่นให้กับงานเบญจรงค์ในรูปแบบของกระจกเงา และสร้างมูลค่าด้วยสัญลักษณ์มงคลอันเป็นเอกลัษณ์เฉพาะตัว ด้วยการนำเอาความเชื่อในศาสตร์ฮวงจุ้ยของจีนผสมผสานกับไทยที่มีความเกี่ยวข้องกับเบญจธาตุ หรือธาตุทั้ง 5 ประกอบด้วย ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุไฟ ธาตุไม้ และธาตุทอง เป็นชิ้นงาน “กระจกมงคลเบญจธาตุ” เมื่อผู้ใช้เลือกใช้กระจกตามธาตุที่เหมาะสมกับธาตุของตนเอง จะได้รับรู้สึกดีงามเสริมพลังด้านบวกในการเริ่มต้นชีวิตในทุกวัน โดยชิ้นงานแต่ละชิ้นจะมีลักษณะเป็นแผ่นเซรามิกทรงกลม วาดเส้นเขียนลายมงคล และติดกระจกเงารูปทรง สี และขนาดที่แตกต่างกันไป ดังนี้

  • ชิ้นที่ 1 กระจกเงาธาตุดินภาพมังกรคู่ โทนสีน้ำตาล ติดกระจกรูปทรงสี่เหลี่ยมสีน้ำตาล ให้ความรู้สึกช่วยเสริมพลังด้านบวกคือ
    : ธาตุดิน เป็นธาตุที่แสดงถึงความมั่นคง สงบนิ่ง สุขุม เป็นหลักที่แข็งแกร่ง ให้ความรู้สึกที่สื่อถึงความไว้วางใจได้ ทางการเงินหมายถึง การประหยัด เก็บออมได้
    : มังกรคู่  มังกร ถือว่าเป็นสัตว์สำคัญที่สุดของชาวจีนและเป็นสัตว์เทพที่ศักดิ์สิทธิ์ สามารถเหาะเหินเดินอากาศและแหวกน้ำดำดินได้ มังกรจึงหมายถึง อำนาจ บารมีเหมาะมากสำหรับการส่งเสริมธุรกิจการค้าให้รุ่งเรือง ช่วยเรียกโชคลาภ
  • ชิ้นที่ 2 กระจกเงาธาตุนํ้าภาพปลาคราฟ 8 ตัว  โทนสีน้ำเงิน ติดกระจกรูปทรงหยินหยาง ให้ความรู้สึกช่วยเสริมพลังด้านบวกคือ
    : ธาตุน้ำ เป็นธาตุที่แสดงถึงความเปลี่ยนแปลง ความรู้สึกสงบ สติปัญญา โชคลาภ การเคลื่อนไหว อารมณ์ ซึ่งยังสื่อถึง การเจรจา เดินทาง การติดต่อสื่อสาร
    : ปลาคาร์ฟ  เป็นปลาที่ชอบว่าทวนกระแสน้ำ ความเชื่อของชาวจีนเชื่อว่าปลาคาร์ฟที่ว่ายทวนน้ำจนถึงฝั่งนั้นจะกลายเป็นมังกร ปลาคาร์ฟจึงหมายถึงความสำเร็จ ด้วยความหมายมงคลนี้ จึงเชื่อว่า “ปลาคาร์ฟ” จะช่วยเสริมความก้าวหน้า การค้ารุ่งเรือง ร่ำรวย ไร้อุปสรรค ส่วนเลข 8 ตามความเชื่อของศาสตร์จีนคือเลขมงคล เป็นเครื่องหมายอนันต์ แปลว่า ไม่มีที่สิ้นสุด ดังนั้นภาพปลาคาร์ฟ 8 ตัว จึงให้ความหมายถึง ความสำเร็จ รุ่งเรือง ไม่มีที่สิ้นสุด
    : หยินหยาง เป็นสัญลักษณ์ของหมายถึงความสมดุลระหว่างพลังที่แข็งแกร่งและความอ่อนโยน ทำให้ร่างกายและจิตใจมีความสมบูรณ์

* **ชิ้นที่ 3 กระจกเงาธาตุไฟภาพหงส์คู่**  โทนสีชมพู ติดกระจกรูปทรงสามเหลี่ยมตัดโค้ง ให้ความรู้สึกช่วยเสริมพลังด้านบวกคือ : ธาตุไฟ เป็นธาตุที่แสดงถึง แสงสว่าง พลังงาน การแสดงออก ความสวยงาม ความมีพลัง ความโดดเด่นเป็นสง่า : หงส์คู่ เปรียบเหมือนสัตว์ที่สูงส่งในจักรวาล จินตนาการจากความหมายของ “เฟิ่งหวง” นกในตำนานของจีน ที่แต่เดิม ‘เฟิ่ง’คือนกตัวผู้ และ ‘หวง’ คือนกตัวเมีย รวมกันเป็นหนึ่งเดียว อันเป็นสัญลักษณ์ของความสัมพันธ์อันงดงามระหว่างสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี หรือการรวมกันเป็นหนึ่งเดียวเช่นหยินหยาง  เป็นนกที่มีความหมายถึงคุณธรรมและความดีงาม * **ชิ้นที่ 4 กระจกเงาธาตุไม้ภาพมังกร**  โทนสีเขียว ติดกระจกรูปทรงสี่เหลี่ยมตัดโค้ง ให้ความรู้สึกช่วยเสริมพลังด้านบวกคือ : ธาตุไม้ เป็นธาตุที่เกี่ยวข้องกับพลังจินตนาการ พลังสร้างสรรค์ ไม่อยู่นิ่งเฉย มีจิตสาธารณะ : มังกร ถือว่าเป็นสัตว์สำคัญที่สุดของชาวจีนและเป็นสัตว์เทพที่ศักดิ์สิทธิ์ สามารถเหาะเหินเดินอากาศและแหวกน้ำดำดินได้ มังกรจึงหมายถึง อำนาจ บารมีเหมาะมากสำหรับการส่งเสริมธุรกิจการค้าให้รุ่งเรือง ช่วยเรียกโชคลาภ
* **ชิ้นที่ 5 กระจกเงาธาตุทองภาพเสือขาว** โทนสีขาว  ติดกระจกรูปทรงครึ่งวงกลม ให้ความรู้สึกช่วยเสริมพลังด้านบวกคือ : ธาตุทอง เป็นธาตุแห่งความแข็งแกร่ง ความยุติธรรม ความจริงจัง ทรงอำนาจ : เสือ เป็นสัญลักษณ์ของผู้ทรงอำนาจ กล้าหาญและแข็งแกร่ง เป็นผู้นำ นอกจากนี้ยังเชื่อว่าภาพเสือจะช่วยป้องกันภูติผีปีศาจต่าง ๆ ได้
ประเภทงานหัตถกรรม :
เครื่องดิน
กลุ่มวัฒนธรรม :
-
ผู้สร้างสรรค์ :
ขนาด :
แต่ละชิ้น เส้นผ่าศูนย์กลาง 45 เซนติเมตร หนา 6 เซนติเมตร
แหล่งที่มา :
บ้านเบญจรงค์แกลลอรี่, ฮูปแต้มดินเผา อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม 44150
วัสดุ :
แผ่นเซรามิกวงกลมเผาเคลือบ,กระจกเงาสีพิเศษ,สีบนเคลือบ,น้ำมัน Medium oil
อายุ/ปีที่ผลิต :
2566
รายละเอียดชิ้นงาน

เทคนิคที่ใช้ : การวาดเส้นวาดลายบนเซรามิกเคลือบ
กระบวนการสร้างสรรค์ชิ้นงาน (โดยละเอียด) :

  1. ออกแบบชิ้นงาน
    กำหนดชิ้นงานที่ต้องการวาดลวยลาย เช่น โถ ถ้วย จาน แล้วจึงออกแบบภาพหรือร่างลวดลายที่เหมาะสม หรือกำหนดภาพหรือลวดลายที่ต้องการก่อนแล้วจึงหารูปทรงเซรามิกที่เหมาะสม เช่น เซรามิคทรงสี่หลี่ยม หกเหลี่ยม หรือ วงกลม เป็นต้น โดยผู้สร้างสรรค์มีแนวทางการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ ภาพและลวดลายล้วนเป็นศิลปะเชิงพลังด้านบวก เสริมศรัทธา มีความเป็นมงคล ให้ความรู้สึกดีงามแก่ผู้รับ ซึ่งชิ้นงานทำจะนำมาวาดเขียนลายนั้นจะเป็นภาชนะหรือแผ่นเซรามิกเผาเคลือบที่สั่งทำขึ้นเป็นพิเศษ สำหรับชิ้นงานนี้เป็นการวาดเส้นเขียนลายลงบนแผ่นเซรามิกรูปทรงกลมจำนวน 5 ชิ้น โดยออกแบบให้แต่ละชิ้นนำกระจกเงาที่สั่งทำขึ้นพิเศษด้วย ทรง ขนาด และสีที่แตกต่างกัน ติดลงบนแผ่นเซรามิกแต่ละชิ้น
  2. เขียนลาย
    ผู้สร้างสรรค์จะร่างลายด้วยดินสอลงบนชิ้นงานเซรามิกเผาเคลือบ เช่นเดียวกับจิตรกรร่างภาพวาด
  3. วาดเส้น
    ใช้พู่กันหรือเข็มเขียนสีลงสีวาดเส้นด้วยสีบนเคลือบ ด้วยเทคนิคที่ผู้สร้างสรรค์พัฒนาขึ้นให้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือการใช้น้ำมัน  Medium oil ผสมกับผงสีบนเคลือบในอัตราส่วนที่เหมาะสม ซึ่งเทคนิคนี้จะช่วยลดข้อจำกัดของการใช้น้ำทองในการลงเส้นบนเคลือบ เนื่องจากน้ำทองมีราคาแพงขึ้น อีกทั้งการลงลายน้ำทองนั้นหลังจากลงเสร็จจะต้องลงสีชิ้นงานจนจบไม่สามารถพัก หรือทิ้งชิ้นงานแล้วกลับมาลงใหม่ได้ หรือหากผู้ลงสีน้ำทองขาดความชำนาญ ลงสีเลื่อมกับสีอื่นๆ เมื่อนำเข้าเตาเผาแล้วสีที่ได้จะหมองไม่ออกสีทองเปล่งปลั่ง
  4. เผารอบที่ 1
    นำชิ้นงานที่วาดเส้นสีแล้วเข้าเตาเผา เผารอบที่ 1 ที่อุณหภูมิ 750 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 3 ชั่วโมง ทิ้งไว้ให้เย็นเองในเตา โดยไม่นำออกจากเตาทันทีอย่างน้อย 24 ชั่วโมง เนื่องจากอุณหภูมิในเตาและนอกเตาที่แตกต่างกันสามารถทำให้ชิ้นงานเกิดรอยร้าวได้ ซึ่งการเผาในรอบนี้เพื่อรักษาลวดลายเส้นของสีบนเคลือบให้ไม่หลุดร่อน เส้นลายสีจะสดใส คมชัด มันวาวและคงทน แม้ว่าจะทิ้งไว้นานก็สามารถกลับมาลงสีชิ้นงานอีกครั้งเมื่อใดก็ได้
  5. ลงสีเติมลวดลาย
    นำชิ้นงานที่ผ่านการเผาในรอบที่ 1 แล้วมาลงสีและลวดลาย โดยใช้เทคนิคเดียวกันคือการใช้ผงสีบนเคลือบเติมด้วยน้ำมัน Medium oil ในปริมาณพอเหมาะ คนผสมด้วยเกรียงผสมบนแผ่นเซรามิกทีละสี คล้ายกับวิธีการผสมสีน้ำมันวาดภาพ ซึี่งเป็นขั้นตอนสำคัญที่ผู้สร้างสรรค์ต้องใช้ทักษะฝีมือด้านศิลปะแต่งเติมสีสันเพิ่มรายละเอียดให้กับภาพเช่นเดียวกับงานจิตรกรรม จนกกระทั่งลวดลายบนชิ้นงานสวยงามสมบูรณ์แบบ
  6. เผารอบที่ 2
    นำชิ้นงานที่ลงสีวาดลวดลายสมบูรณ์แล้วเข้าเตาเผา เผารอบที่ 2 ที่อุณหภูมิ 800-830 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 4 ชั่วโมง ทิ้งไว้ให้เย็นลงภายในเตาอย่างน้อย 24 ชั่วโมง เนื่องจากอุณหภูมิในเตาและนอกเตาที่แตกต่างกันสามารถทำให้ชิ้นงานเกิดรอยร้าวได้ จากนั้นจึงได้ผลงานเซรามิควาดเส้นที่สวยงาม เช่นเดียวกับผลงานจิตกรรมชิ้นเอก
    ในกรณีที่เป็นชิ้นงานมีลักษะเป็นแผ่นขนาดใหญ่ ผู้สร้างสรรค์จะนำแผ่นเซรามิกมาวางต่อกันให้ได้ขนาดตามต้องการ แล้ววาดภาพเขียนลายลงบนแผ่นเซรามิก
    อย่างต่อเนื่องเป็นภาพเดียวกัน เมื่อนำเผาในแต่ละรอบ จะแยกเผาชิ้นเซรามิกโดยควบคุมอุณภูมิและเวลาการเผาให้เท่ากัน แล้วจึงนำมาและยึดติดด้วยกาวตะปูบนแผ่นไม้อัดขนาดเท่าชิ้นงาน ผลงานที่ได้ก็จะมีลวดลายต่อเนื่องสีสดสวยงามเหมือนกันทั้งชิ้นงาน
  7. ประกอบชิ้นงาน นำกระจกกระจกเงาที่เตรียมไว้ติดลงบนแผ่นเซรามิกแต่ละชิ้น
ข้อมูลแหล่งที่มา
แหล่งเรียนรู้งานศิลปหัตถกรรมที่เกี่ยวข้อง
บ้านเบญจรงค์แกลลอรี่, ฮูปแต้มดินเผา อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม 44150
ดูรายละเอียด