กระจกลายขิดนารีรัตนราชกัญญา

กลุ่มงานศิลปหัตถกรรม ประเภทงานหัตถศิลป์ไทย

กระจกลายขิดนารีรัตนราชกัญญา เกิดจากแนวคิดที่นอกเหนือจากการนำลายขิดนารีรัตนราชกัญญาอันเป็นลายผ้าพระราชทานมาสร้างเป็นลายเอกลัษณ์เฉพาะท้องถิ่นลงบนผืนผ้า เป็นการนำลายขิดนารีรัตนราชกัญญามาสร้างสรรค์ในงานหัตถศิลป์แขนงต่างๆ นายวิรัชจึงเกิดแรงบันดาลใจสร้างชิ้นงานจิตรกรรมเบญจรงค์ร่วมสมัย โดยนำเอาทักษะฝีมือทางหัตถศิลป์อันเป็นเอกลัษณ์เฉพาะตัวคือการวาดเส้นเขียนสีในโทนสีน้ำเงินขาว (Blue and white) วาดลวดลายไล่เฉดสีเป็นลวดลายผ้าขิดนารีรัตนราชกัญญาลงบนแผ่นเซรามิกขนาดใหญ่สองชิ้นต่อกัน ผสมผสานกับลวดลายจิตกรรมวิถีถิ่นอีสาน ประกอบเป็นกรอบกระจกเงาที่สวยงามและมีความหมาย

“ผ้าขิดลายนารีรัตน์ราชกัญญา” เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงได้รับแรงบันดาลพระทัยจาก “ผ้าขิดลายสมเด็จ” ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระราชทานแก่ราษฎร อันเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาผ้าไทยให้มีความร่วมสมัย โดยแต่ละลวดลายมีความหมายที่ลึกซึ้งดังนี้

  • ลาย S ที่ท้องผ้า หมายถึง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงเป็นต้นแบบในการอนุรักษ์ภูมิปัญญาผ้าไทยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา ได้ทรงออกแบบให้เว้นช่องว่างไว้ เพื่อให้ราษฎรได้ร่วมถักทอลวดลายของตนเองลงในช่องว่าง เป็นการสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวสำหรับแต่ละท้องถิ่น โดย ลายขิดที่เป็นกรอบล้อมรอบตัว S นี้หมายถึงความจงรักภักดีที่ชาวไทยมีต่อพระบรมราชจักรีวงศ์
  • ลายเชิงผ้ารูปหัวใจ หมายถึง ความรักของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ที่มีต่อปวงชนชาวไทย
  • ลาย S ประกอบกับลายขิดที่เชิงผ้า หมายถึง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ทรงปรารถนาให้คนไทยอยู่ดีมีสุข
  • ลายต้นสนที่เชิงผ้า หมายถึง พระดำริใน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในการฟื้นฟู ประวัติศาสตร์ของโครงการศิลปาชีพฯ ลายต้นสนนี้ เป็นลวดลายพื้นถิ่นที่ถักทออยู่บนผืนผ้าของบ้านนาหว้า จังหวัดนครพนม ที่ซึ่งเป็นจุดกำเนิดโครงการศิลปาชีพฯ
  • ลายหางนกยูงที่เชิงผ้า หมายถึง ความตั้งพระทัยมั่นของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในการสืบสาน รักษาและต่อยอด พระราชกรณียกิจของสมเด็จย่าของพระองค์ ในการฟื้นคืนภูมิปัญญาผ้าไทยให้ดำรงคงอยู่คู่แผ่นดิน

นายวิรัชได้วาดเส้นเขียนลายลงบนแผ่นเซรามิกต่อยอดจากลายผ้าพระราชทานด้วยออกแบบวาดลายอัตลักษณ์ของท้องถิ่นล้อมลายท้องผ้า
ลาย S เป็นลายสร้อยดอกหมาก ซึ่งเป็นลายผ้าประจำจังหวัดมหาสารคาม ด้านบนตัดกรอบหยักสามเหลี่ยมวาดลายดอกบัว ตรงกลางลายท้องผ้าวาดเป็นลายจิตรกรรมวิถีถิ่นอีสาน เป็นภาพกลุ่มชายหญิงชาวแต่งกายแบบชาวอีสานกำลังร้องรำและบรรเลงเครื่องดนตรีอีสานผู้ชายสวมหมวกแบบฝรั่ง ซึ่งภาพวาดนี้นายวิรัชได้แรงบันดาลใจมาจาก “ฮูปแต้ม” หรือรูปวาดจิตกรรมฝาผนังจากฝีมือบรรพบุรุษของชาวอีสานที่เก่าแก่กว่า 100 ปี ที่อยู่ภายในและภายนอก“สิม” (พระอุโบสถตามแบบสถาปัตยกรรมพื้นบ้านอีสาน)  ณ วัดโพธาราม บ้านดงบัง อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม ที่แสดงภาพวาดเรื่องราวพุทธประวัติพระเวสสันดรชาดกและภาพวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาวอีสานในยุคที่ได้รับอิทธิพลจากตะวันตก

กระจกลายขิดนารีรัตนราชกัญญาชิ้นนี้เป็นชิ้นงานวาดเส้นเขียนสีลงบนแผ่นเซรามิกแผ่นใหญ่ต่อกันสองชิ้น โดยติดกระจกรูปวงรีสีน้ำเงินที่ทำขึ้นพิเศษ นายวิรัชต้องการออกแบบให้เป็นกระจกเงาสำหรับแต่งกาย เพื่อเสริมความรู้สึกสง่างามและมีความสุขเมื่อผู้แต่งกายสวมชุดไทยผ้าไหมและได้ส่องกระจกบานนี้

ประเภทงานหัตถกรรม :
เครื่องดิน
กลุ่มวัฒนธรรม :
-
ผู้สร้างสรรค์ :
ขนาด :
กว้าง 62 เซนติเมตร สูง 124 เซนติเมตร หนา 3 เซนติเมตร (รวมกรอบ)
แหล่งที่มา :
บ้านเบญจรงค์แกลลอรี่, ฮูปแต้มดินเผา อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม 44150
วัสดุ :
แผ่นเซรามิก 2 ชิ้นเผาเคลือบ,กระจกเงาทรงกลม,สีบนเคลือบ,น้ำมัน Medium oil
อายุ/ปีที่ผลิต :
2565
รายละเอียดชิ้นงาน

เทคนิคที่ใช้ : การวาดเส้นวาดลายบนเซรามิกเคลือบ
กระบวนการสร้างสรรค์ชิ้นงาน (โดยละเอียด) :

  1. ออกแบบชิ้นงาน
    กำหนดชิ้นงานที่ต้องการวาดลวยลาย เช่น โถ ถ้วย จาน แล้วจึงออกแบบภาพหรือร่างลวดลายที่เหมาะสม หรือกำหนดภาพหรือลวดลายที่ต้องการก่อนแล้วจึงหารูปทรงเซรามิกที่เหมาะสม เช่น เซรามิคทรงสี่หลี่ยม หกเหลี่ยม หรือ วงกลม เป็นต้น โดยผู้สร้างสรรค์มีแนวทางการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ ภาพและลวดลายล้วนเป็นศิลปะเชิงพลังด้านบวก เสริมศรัทธา มีความเป็นมงคล ให้ความรู้สึกดีงามแก่ผู้รับ ซึ่งชิ้นงานทำจะนำมาวาดเขียนลายนั้นจะเป็นภาชนะหรือแผ่นเซรามิกเผาเคลือบที่สั่งทำขึ้นเป็นพิเศษ สำหรับชิ้นงานนี้ออกแบบเป็นการวาดเส้นเขียนลายลงบนแผ่นเซรามิก 2 ชิ้น เป็นลวดลายของกรอบกระจกเงา
  2. เขียนลาย
    ผู้สร้างสรรค์จะร่างลายด้วยดินสอลงบนชิ้นงานเซรามิกเผาเคลือบ เช่นเดียวกับจิตรกรร่างภาพวาด
  3. วาดเส้น
    ใช้พู่กันหรือเข็มเขียนสีลงสีวาดเส้นด้วยสีบนเคลือบ ด้วยเทคนิคที่ผู้สร้างสรรค์พัฒนาขึ้นให้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือการใช้น้ำมัน  Medium oil ผสมกับผงสีบนเคลือบในอัตราส่วนที่เหมาะสม ซึ่งเทคนิคนี้จะช่วยลดข้อจำกัดของการใช้น้ำทองในการลงเส้นบนเคลือบ เนื่องจากน้ำทองมีราคาแพงขึ้น อีกทั้งการลงลายน้ำทองนั้นหลังจากลงเสร็จจะต้องลงสีชิ้นงานจนจบไม่สามารถพัก หรือทิ้งชิ้นงานแล้วกลับมาลงใหม่ได้ หรือหากผู้ลงสีน้ำทองขาดความชำนาญ ลงสีเลื่อมกับสีอื่นๆ เมื่อนำเข้าเตาเผาแล้วสีที่ได้จะหมองไม่ออกสีทองเปล่งปลั่ง
  4. เผารอบที่ 1
    นำชิ้นงานที่วาดเส้นสีแล้วเข้าเตาเผา เผารอบที่ 1 ที่อุณหภูมิ 750 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 3 ชั่วโมง ทิ้งไว้ให้เย็นเองในเตา โดยไม่นำออกจากเตาทันทีอย่างน้อย 24 ชั่วโมง เนื่องจากอุณหภูมิในเตาและนอกเตาที่แตกต่างกันสามารถทำให้ชิ้นงานเกิดรอยร้าวได้ ซึ่งการเผาในรอบนี้เพื่อรักษาลวดลายเส้นของสีบนเคลือบให้ไม่หลุดร่อน เส้นลายสีจะสดใส คมชัด มันวาวและคงทน แม้ว่าจะทิ้งไว้นานก็สามารถกลับมาลงสีชิ้นงานอีกครั้งเมื่อใดก็ได้
  5. ลงสีเติมลวดลาย
    นำชิ้นงานที่ผ่านการเผาในรอบที่ 1 แล้วมาลงสีและลวดลาย โดยใช้เทคนิคเดียวกันคือการใช้ผงสีบนเคลือบเติมด้วยน้ำมัน Medium oil ในปริมาณพอเหมาะ คนผสมด้วยเกรียงผสมบนแผ่นเซรามิกทีละสี คล้ายกับวิธีการผสมสีน้ำมันวาดภาพ ซึี่งเป็นขั้นตอนสำคัญที่ผู้สร้างสรรค์ต้องใช้ทักษะฝีมือด้านศิลปะแต่งเติมสีสันเพิ่มรายละเอียดให้กับภาพเช่นเดียวกับงานจิตรกรรม จนกกระทั่งลวดลายบนชิ้นงานสวยงามสมบูรณ์แบบ
  6. เผารอบที่ 2
    นำชิ้นงานที่ลงสีวาดลวดลายสมบูรณ์แล้วเข้าเตาเผา เผารอบที่ 2 ที่อุณหภูมิ 800-830 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 4 ชั่วโมง ทิ้งไว้ให้เย็นลงภายในเตาอย่างน้อย 24 ชั่วโมง เนื่องจากอุณหภูมิในเตาและนอกเตาที่แตกต่างกันสามารถทำให้ชิ้นงานเกิดรอยร้าวได้ จากนั้นจึงได้ผลงานเซรามิควาดเส้นที่สวยงาม เช่นเดียวกับผลงานจิตกรรมชิ้นเอก
    ในกรณีที่เป็นชิ้นงานมีลักษะเป็นแผ่นขนาดใหญ่ ผู้สร้างสรรค์จะนำแผ่นเซรามิกมาวางต่อกันให้ได้ขนาดตามต้องการ แล้ววาดภาพเขียนลายลงบนแผ่นเซรามิกอย่างต่อเนื่องเป็นภาพเดียวกัน เมื่อนำเผาในแต่ละรอบ จะแยกเผาชิ้นเซรามิกโดยควบคุมอุณภูมิและเวลาการเผาให้เท่ากัน แล้วจึงนำมาและยึดติดด้วยกาวตะปูบนแผ่นไม้อัดขนาดเท่าชิ้นงาน ผลงานที่ได้ก็จะมีลวดลายต่อเนื่องสีสดสวยงามเหมือนกันทั้งชิ้นงาน
  7. ประกอบชิ้นงาน
    นำชิ้นงานประกอบด้วยกรอบไม้ และติดกระจกเงาบริเวณที่เว้นลวดลายไว้
ข้อมูลแหล่งที่มา
แหล่งเรียนรู้งานศิลปหัตถกรรมที่เกี่ยวข้อง
บ้านเบญจรงค์แกลลอรี่, ฮูปแต้มดินเผา อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม 44150
ดูรายละเอียด