กระจกลายขิดนารีรัตนราชกัญญา เกิดจากแนวคิดที่นอกเหนือจากการนำลายขิดนารีรัตนราชกัญญาอันเป็นลายผ้าพระราชทานมาสร้างเป็นลายเอกลัษณ์เฉพาะท้องถิ่นลงบนผืนผ้า เป็นการนำลายขิดนารีรัตนราชกัญญามาสร้างสรรค์ในงานหัตถศิลป์แขนงต่างๆ นายวิรัชจึงเกิดแรงบันดาลใจสร้างชิ้นงานจิตรกรรมเบญจรงค์ร่วมสมัย โดยนำเอาทักษะฝีมือทางหัตถศิลป์อันเป็นเอกลัษณ์เฉพาะตัวคือการวาดเส้นเขียนสีในโทนสีน้ำเงินขาว (Blue and white) วาดลวดลายไล่เฉดสีเป็นลวดลายผ้าขิดนารีรัตนราชกัญญาลงบนแผ่นเซรามิกขนาดใหญ่สองชิ้นต่อกัน ผสมผสานกับลวดลายจิตกรรมวิถีถิ่นอีสาน ประกอบเป็นกรอบกระจกเงาที่สวยงามและมีความหมาย
“ผ้าขิดลายนารีรัตน์ราชกัญญา” เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงได้รับแรงบันดาลพระทัยจาก “ผ้าขิดลายสมเด็จ” ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระราชทานแก่ราษฎร อันเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาผ้าไทยให้มีความร่วมสมัย โดยแต่ละลวดลายมีความหมายที่ลึกซึ้งดังนี้
นายวิรัชได้วาดเส้นเขียนลายลงบนแผ่นเซรามิกต่อยอดจากลายผ้าพระราชทานด้วยออกแบบวาดลายอัตลักษณ์ของท้องถิ่นล้อมลายท้องผ้า
ลาย S เป็นลายสร้อยดอกหมาก ซึ่งเป็นลายผ้าประจำจังหวัดมหาสารคาม ด้านบนตัดกรอบหยักสามเหลี่ยมวาดลายดอกบัว ตรงกลางลายท้องผ้าวาดเป็นลายจิตรกรรมวิถีถิ่นอีสาน เป็นภาพกลุ่มชายหญิงชาวแต่งกายแบบชาวอีสานกำลังร้องรำและบรรเลงเครื่องดนตรีอีสานผู้ชายสวมหมวกแบบฝรั่ง ซึ่งภาพวาดนี้นายวิรัชได้แรงบันดาลใจมาจาก “ฮูปแต้ม” หรือรูปวาดจิตกรรมฝาผนังจากฝีมือบรรพบุรุษของชาวอีสานที่เก่าแก่กว่า 100 ปี ที่อยู่ภายในและภายนอก“สิม” (พระอุโบสถตามแบบสถาปัตยกรรมพื้นบ้านอีสาน) ณ วัดโพธาราม บ้านดงบัง อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม ที่แสดงภาพวาดเรื่องราวพุทธประวัติพระเวสสันดรชาดกและภาพวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาวอีสานในยุคที่ได้รับอิทธิพลจากตะวันตก
กระจกลายขิดนารีรัตนราชกัญญาชิ้นนี้เป็นชิ้นงานวาดเส้นเขียนสีลงบนแผ่นเซรามิกแผ่นใหญ่ต่อกันสองชิ้น โดยติดกระจกรูปวงรีสีน้ำเงินที่ทำขึ้นพิเศษ นายวิรัชต้องการออกแบบให้เป็นกระจกเงาสำหรับแต่งกาย เพื่อเสริมความรู้สึกสง่างามและมีความสุขเมื่อผู้แต่งกายสวมชุดไทยผ้าไหมและได้ส่องกระจกบานนี้
เทคนิคที่ใช้ : การวาดเส้นวาดลายบนเซรามิกเคลือบ
กระบวนการสร้างสรรค์ชิ้นงาน (โดยละเอียด) :