ซิ่นหมี่ตีนแดงขิดลายดอกรอดตีนจกแดงลายขอหลวงน้อย

กลุ่มงานศิลปหัตถกรรม ประเภทงานหัตถศิลป์ไทย

ผ้าซิ่นตีนจกลาวครั่งตัวซิ่นหมี่คั่นจกลายดอกรอด  คือ ผืนผ้าที่สะท้อนเอกลักษณ์ผ้าทอที่โดดเด่นของชาติพันธุ์ลาวครั่งในแถบจังหวัดอุทัยธานี คือใช้เทคนิคการมัดหมี่ตลอดตัวซิ่นในรูปแบบหมี่คั่นหรือหมี่ข้อ คือ ผ้ามัดหมี่ที่มีลักษณะลวดลายเป็นแถบหรือมีเส้นแบ่งลวดลาย คั่นด้วยริ้วซึ่งเป็นสีพื้นหรืออาจแทรกเส้นใยที่ควบเส้นแบบหางกระรอกเข้าไปด้วย ระหว่างเส้นคั่นผู้ทอจะมัดเป็นลายเล็กอย่างลายนาค ลายขอ ลายดอกแก้ว หรือลวดลายเลขาคณิตประกอบ โดยมีกระสวยเส้นพุ่งเป็นลายมัดหมี่ 1 กระสวย เส้นใยสีพื้น 1 – 2 กระสวย และเส้นควบหางกระรอก 1 กระสวย ซึ่งผู้ทอลายมัดหมี่ประเภทนี้ต้องใช้ทักษะและความชำนาญในการสลับกระสวยเพื่อให้ลวดลายปรากฎเป็นลายหมี่คั่นที่สวยงาม ต่อตีนจกลวดลายขอหลวงน้อย โดยมีลายหลักคือลายขอหลวงน้อย สลับด้วยลายขอก่าย ส่วนตีนซิ่นทอสีพื้นแดง เอกลักษณ์ผ้าทอหนึ่งของชาติพันธุ์ลาวครั่ง ในแถบจังหวัดอุทัยธานี คือ ซิ่นหมี่คั่นต่อตีนจก ตีนแดง

ประเภทงานหัตถกรรม :
เครื่องทอ
กลุ่มวัฒนธรรม :
ลาวครั่ง จังหวัดอุทัยธานี
ขนาด :
90x119 ซม.
วัสดุ :
ทอด้วยฝ้าย จกด้วยไหม
อายุ/ปีที่ผลิต :
2564
รายละเอียดชิ้นงาน

เทคนิคที่ใช้ : สร้างสรรค์ลวดลายด้วยเทคนิคจก เทคนิคขิด และการมัดหมี่
การจก คือ การสร้างลายบนผืนผ้าด้วยการเพิ่มเส้นด้ายพุ่งพิเศษเข้าไปเป็นช่วงๆ ไม่ติดต่อกันตลอดหน้ากว้างของผืนผ้า การจกนิยมใช้วัตถุที่มีความแหลมพอสมควร เช่น ไม้เหลาบางได้ขนาด ขนเม่น หรือนิ้วมือยกเส้นด้ายเส้นยืนขึ้น แล้วสอดเส้นด้ายสีต่าง ๆ พุ่งพิเศษเข้าไปตามจังหวะของลวดลาย ต่อเนื่องกันไปตลอดหน้าผ้า หรือจะเว้นระยะห่างเพื่อให้ได้ลวดลายอีกแบบก็สามารถทำได้
การมัดหมี่ คือ เป็นนำเส้นไหมเส้นพุ่งที่ย้อมสีเหลืองแล้วใส่บนโฮงมัดหมี่
ใช้เชือกฟางหรือเชือกกล้วยมัดเพื่อกั้นไม่ให้น้ำสีซึมเข้าไปในเส้นไหมขณะย้อม มัดเป็นลวดลายตามต้องการแล้วนำไปย้อม เมื่อมัดเสร็จเรียบร้อยทุกขั้นตอนก็นำมาแก้เชือกฟางออก
การขิด คือ วิธีเก็บลายขิดบนผ้าผืนเรียบ ใช้ไม้เก็บขิด คัดเก็บขิดยกลาย โดยต้องนับจำนวนเส้นไหม แล้วใช้ไม้ลายขิดสายเป็นลายเก็บไว้ ในการทอเก็บลายจะแบ่งเป็นช่วง แต่ละช่วงเก็บลายไม่เหมือนกัน ส่วนที่อยู่ตรงปลายต่อกับผ้าเรียบ เป็นการเก็บขิดดอกเล็ก ส่วนต่อไปเป็นการเก็บขิด ดอกใหญ่ เรียกว่า “ดอกลายผ้า” ใช้ไม้ในการเก็บลายต่างกัน

กระบวนการสร้างสรรค์ชิ้นงาน (โดยละเอียด) :
การเตรียมฝ้าย :

  1. เก็บดอกฝ้ายนำมาตากแดดเพื่อไล่ความชื้น
  2. นำฝ้ายมาแยกเมล็ดกับเนื้อออกจากกัน
  3. การดีดฝ้ายเป็นการนำเนื้อฝ้ายมาดีด เพื่อให้ฝ้ายมีเนื้อละเอียดและสะอาดมากขึ้นและนำสู่กระบวนการต่อไปได้ง่ายขึ้น
  4. การหล่อฝ้าย เป็นการนำฝ้ายมาม้วนใส่หลอดไม้ไผ่ หมุนไปในทางเดียวกัน จากนั้นหมุนให้แน่นพอสมควรแล้วถอดเนื้อฝ้ายออกจากไม้ไผ่
  5. การปั่นฝ้าย ใช้เครื่องมือในการปั่นฝ้ายโดยมือขวาหมุนกรงและมือซ้ายดึงเส้นฝ้าย ให้เส้นฝ้ายมีความสม่ำเสมอกันและเหนียวพร้อมใช้
  6. เปียฝ้าย ขั้นตอนนี้สามารถนำไปย้อมสีต่อได้

**ขั้นตอนการทอผ้าทอลาวครั่ง :** สิ่งสำคัญที่ต้องใช้ก็คือเส้นไหม และ เส้นฝ้าย ใช้ไม้หลาบ (สำหรับแต่งเติมสี) เริ่มด้วยการขึงแส้นฝ้ายหรือเส้นไหมเข้ากับกี่ทอผ้า เมื่อเข้าดีแล้วจึงนำกระสวยที่บรรจุไหมไว้ในร่องกลางของกระสวย เพื่อใช้สอดเส้นไหมในแนวขวาง ซึ่งการสอดในแต่ละครั้งต้องสอดให้กลับไปกลับมาอยู่เสมอหรือตามรูปแบบลายที่ผู้ทอต้องการ โดยในการสอดเส้นไหมพุ่ง 1 ครั้ง ช่างผู้ทอต้องเหยียบกี่ทอ 1 ครั้ง เพื่อให้ฟืม (ไม้จัดลายผ้า) กระทบกับเส้นไหมที่ทอให้แน่นเข้ากับลายที่ออกแบบไว้ทำต่อไปเรื่อย ๆ จนทอเสร็จสิ่งสำคัญในการทอนี้คือ สามารถเพิ่มเส้นไหมพิเศษให้ลายผ้ามีความโดดเด่นได้ด้วยวิธีการใช้เส้นด้ายพุ่งพิเศษเพียงสีเดียวสอดขึ้นลงด้วยวิธีการใช้ไม้สอดไหมยืนขึ้นแล้วสอดเส้นไหมสีที่ต้องการเข้าไปจะทำให้ได้สีที่ดูฉูดฉาดเป็นเส้นลายเดียว เป็นซิ่นหมี่คั่น ตัวซิ่นทอด้วยเทคนิคการมัดหมี่ ตีนซิ่น ทอขิดเป็นลวดลายดอกรอด ทอจกลายขอหลวงน้อย
ข้อมูลแหล่งที่มา