ผ้าซิ่นตีนจกลาวครั่งตัวซิ่นหมี่โลดลายนาค

กลุ่มงานศิลปหัตถกรรม ประเภทงานหัตถศิลป์ไทย

ผ้าซิ่นตีนจกลาวครั่งตัวซิ่นหมี่โลดลายนาค ตีนจกลายเอื้อลัดเอื้ออาทรแต่งด้วยดอกพิกุล  ซิ่นหมี่โลดคือผืนผ้าที่สะท้อนเอกลักษณ์ผ้าทอที่โดดเด่นของชาติพันธุ์ลาวครั่งในแถบจังหวัดอุทัยธานี คือใช้เทคนิคการมัดหมี่ตลอดตัวซิ่น มีชื่อเรียกโดยทั่วไปว่าหมี่ลวดหรือหมี่โลด คือ เป็นซิ่นที่ใช้กรรมวิธีการมัดหมี่ตกแต่งลวดลายบนตัวซิ่นตลอดทั้งผืนผ้า มัดหมี่ลักษณะนี้จะมัดเป็นลวดลายขนาดใหญ่ มัดหมี่ต่อเนื่องตลอดตัวซิ่นผืนผ้า คำว่า “รวด” มาจากภาษาถิ่นภาคอีสาน  หมายถึง การทำต่อเนื่องรวดเดียวจบ หากเป็นลายที่มีขนาดใหญ่จะมีการวางเป็นลายเดี่ยวมีช่องว่างและจังหวะห่างกันอย่างเป็นระเบียบ หากเป็นลายขนาดเล็กจะนิยมจัดวางลายเป็นกลุ่มหรือการวางลายซ้ำ ๆ กันต่อเนื่องเต็มผืนผ้า ด้วยเหตุนี้ผ้าซิ่นตีนจกลาวครั่งผืนนี้จึงโดดเด่นด้วยตัดซิ่นผ้าไหมมัดหมี่โลดลายนาค  ตีนจกลายเอื้อลัดเอื้ออาทรแต่งด้วยดอกพิกุล ใช้เส้นยืนเป็นเส้นฝ้ายจกด้วยไหมเรียก ฝ้ายแกมไหม สร้างสรรค์ลวดลายด้วยเทคนิคจกด้วยไหมย้อมสีเคมี เป็นลายเอื้อรัดเอื้ออาทร สื่อความหมายถึง ความรัก ความเอื้ออาทร ลายดอกพิกุลสื่อถึงการให้คนในชุมชน ช่วยเหลือเกื้อกูล เห็นอกเห็นใจกัน สมานสามัคคีกันไว้ ตีนซิ่นถัดการทอจกจะปล่อยเชิงเป็นสีพื้นสีแดงเป็นเอกลักษณ์ของผ้าซิ่นตีนแดงของชาติพันธุ์ลาวครั่ง

ประเภทงานหัตถกรรม :
เครื่องทอ
กลุ่มวัฒนธรรม :
ลาวครั่ง จังหวัดอุทัยธานี
ขนาด :
78x123 ซม.
วัสดุ :
ทอด้วยฝ้าย จกด้วยไหม *ย้อมด้วยสีธรรมชาติจากครั่ง
อายุ/ปีที่ผลิต :
2564
รายละเอียดชิ้นงาน

เทคนิคที่ใช้ : สร้างสรรค์ลวดลายด้วยเทคนิคมัดหมี่ และเทคนิคจก
การจก คือ การสร้างลายบนผืนผ้าด้วยการเพิ่มเส้นด้ายพุ่งพิเศษเข้าไปเป็นช่วง ๆ ไม่ติดต่อกันตลอดหน้ากว้างของผืนผ้า การจกนิยมใช้วัตถุที่มีความแหลมพอสมควร เช่น ไม้เหลาบางได้ขนาด ขนเม่น หรือนิ้วมือยกเส้นด้ายเส้นยืนขึ้น แล้วสอดเส้นด้ายสีต่าง ๆ พุ่งพิเศษเข้าไปตามจังหวะของลวดลาย ต่อเนื่องกันไปตลอดหน้าผ้า หรือจะเว้นระยะห่างเพื่อให้ได้ลวดลายอีกแบบก็สามารถทำได้
การมัดหมี่ คือ เป็นนำเส้นไหมเส้นพุ่งที่ย้อมสีเหลืองแล้วใส่บนโฮงมัดหมี่
ใช้เชือกฟางหรือเชือกกล้วยมัดเพื่อกั้นไม่ให้น้ำสีซึมเข้าไปในเส้นไหมขณะย้อม มัดเป็นลวดลายตามต้องการแล้วนำไปย้อม เมื่อมัดเสร็จเรียบร้อยทุกขั้นตอนก็นำมาแก้เชือกฟางออก

กระบวนการสร้างสรรค์ชิ้นงาน (โดยละเอียด) :
การเตรียมฝ้าย :

  1. เก็บดอกฝ้ายนำมาตากแดดเพื่อไล่ความชื้น
  2. นำฝ้ายมาแยกเมล็ดกับเนื้อออกจากกัน
  3. การดีดฝ้ายเป็นการนำเนื้อฝ้ายมาดีด เพื่อให้ฝ้ายมีเนื้อละเอียดและสะอาดมากขึ้นและนำสู่กระบวนการต่อไปได้ง่ายขึ้น
  4. การหล่อฝ้าย เป็นการนำฝ้ายมาม้วนใส่หลอดไม้ไผ่ หมุนไปในทางเดียวกัน จากนั้นหมุนให้แน่นพอสมควรแล้วถอดเนื้อฝ้ายออกจากไม้ไผ่
  5. การปั่นฝ้าย ใช้เครื่องมือในการปั่นฝ้ายโดยมือขวาหมุนกรงและมือซ้ายดึงเส้นฝ้าย ให้เส้นฝ้ายมีความสม่ำเสมอกันและเหนียวพร้อมใช้
  6. เปียฝ้าย ขั้นตอนนี้สามารถนำไปย้อมสีต่อได้

ขั้นตอนการทอผ้าทอลาวครั่ง : สิ่งสำคัญที่ต้องใช้ก็คือเส้นไหม และ เส้นฝ้าย ใช้ไม้หลาบ (สำหรับแต่งเติมสี) เริ่มด้วยการขึงแส้นฝ้ายหรือเส้นไหมเข้ากับกี่ทอผ้า เมื่อเข้าดีแล้วจึงนำกระสวยที่บรรจุไหมไว้ในร่องกลางของกระสวย เพื่อใช้สอดเส้นไหมในแนวขวาง ซึ่งการสอดในแต่ละครั้งต้องสอดให้กลับไปกลับมาอยู่เสมอหรือตามรูปแบบลายที่ผู้ทอต้องการ โดยในการสอดเส้นไหมพุ่ง 1 ครั้ง ช่างผู้ทอต้องเหยียบกี่ทอ 1 ครั้ง เพื่อให้ฟืม (ไม้จัดลายผ้า) กระทบกับเส้นไหมที่ทอให้แน่นเข้ากับลายที่ออกแบบไว้ทำต่อไปเรื่อย ๆ จนทอเสร็จสิ่งสำคัญในการทอนี้คือ สามารถเพิ่มเส้นไหมพิเศษให้ลายผ้ามีความโดดเด่นได้ด้วยวิธีการใช้เส้นด้ายพุ่งพิเศษเพียงสีเดียวสอดขึ้นลงด้วยวิธีการใช้ไม้สอดไหมยืนขึ้นแล้วสอดเส้นไหมสีที่ต้องการเข้าไปจะทำให้ได้สีที่ดูฉูดฉาดเป็นเส้นลายเดียว
หัวซิ่น : ทอพื้นลายขัด
ตัวซิ่น : ผ้ามัดหมี่แบบหมี่โลดลายนาค
ตีนซิ่น : ทอจกลายดอกพิกุล

ข้อมูลแหล่งที่มา