โถมะลิ (โถฉลุหัวไหล)

กลุ่มงานศิลปหัตถกรรม ประเภทงานวัตศิลป์ไทย

โถมะลิ (โถฉลุหัวไหล) เป็นโถแบบมีฝาปิด นายพงษ์พันธุ์ได้รับแรงบันดาลใจจากการจำลองธรรมชาติ โดยมีผีเสื้อเพิ่มความอ่อนไหวและมีมิติในชิ้นงาน เป็นการเลียนแบบธรรมชาติที่มนุษย์สร้างสรรค์ได้

  • ตัวโถฉลุลายเป็นลายเรขาคณิต โดยแกะเน้นเส้นเงาของเส้นเพื่อเพิ่มความละเอียดอ่อนช้อย
  • ฝาปิดส่วนฐานฝาเขียนลายทองเป็นลายไทย
  • ปลายฝาหัวไหลฉลุเป็นรู ประดับด้วยทองเหลืองเป็นรูปผีเสื้อและดอกไม้ มีคริสตัลร้อยด้วยทองเหลืองประกอบ


ประเภทงานหัตถกรรม :
เครื่องดิน
กลุ่มวัฒนธรรม :
มอญเกาะเกร็ด จังหวัดนนทบุรี
ผู้สร้างสรรค์ :
ขนาด :
กว้าง 10 ซม. สูง 21 ซม.
วัสดุ :
ดินกรอง ทองเหลือง คริสตัล
อายุ/ปีที่ผลิต :
2555
รายละเอียดชิ้นงาน

เทคนิคที่ใช้ : การปั้นขึ้นรูป  การฉลุลาย การเขียนลายทอง  และการประกอบทองเหลือง

กรรมวิธีการสร้างสรรค์ชิ้นงาน :
1. การเตรียมดิน : ดินถือเป็นหัวใจสำคัญของเครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ด เนื้อดินที่เหมาะสมในการปั้นต้องมีลักษณะเหนียว มีสีนวลปนเหลืองหรือสีไม่ดำจนเกินไป เนื้อดินจับเป็นก้อนแน่นไม่ร่วนซุย แต่เดิมดินที่ใช้หาได้ทั่วไปในเกาะเกร็ด ปัจจุบันหายากขึ้นจึงมีการใช้ดินจากแหล่งอื่นอาทิ ดินบริเวณฝั่งตรงข้ามเกาะเกร็ด หรือดินจากจังหวัดปทุมธานี โดยดินที่ใช้ต้องเป็นดินที่อยู่ในช่วงปลายฤดูฝน (ประมาณเดือนตุลาคม -พฤศจิกายน) เพื่อให้ได้ดินที่อุ้มน้ำฝนไว้ทำให้เนื้อดินไม่แข็ง  แล้วนำไปตากแดดตากฝนไว้ระยะหนึ่งซึ่งอาจจะมีการรดน้ำให้ดินชุ่มฉ่ำอยู่เสมอ เมื่อต้องการนำดินมาใช้ผู้สร้างสรรค์จะนำดินมาหมัก อาจทำโดยวิธีการดั้งเดิมคือการย่ำดินและเหยียบดิน เพื่อให้ได้ดินที่เหนียวเป็นเนื้อเดียวกัน หรือการใช้เครื่องโม่ผสมดินและแบ่งดินสำหรับการใช้งานแต่ละครั้ง

2. การขึ้นรูปและสร้างสรรค์ชิ้นงาน
1)  ออกแบบชิ้นงาน และคำนวณปริมาณดินให้เหมาะสม

2)  ขึ้นรูปชิ้นงานโดยใช้แป้นหมุน นำดินที่ผ่านการนวดแล้วมาปั้นขึ้นรูปด้วยแป้นหมุนโดยค่อยๆ ใช้มือบีบดินให้ขึ้นรูปเป็นภาชนะตามต้องการ โดยเทคนิคของนายพงษ์พันธ์คือการขึ้นรูปชิ้นงานแบบชิ้นเดียวตั้งแต่ฐานถึงยอด โดยมีต้องทำแยกชิ้นเหมือนการทำแบบดั้งเดิม ระหว่างการขึ้นรูปผลงานหากยังไม่เสร็จเรียบร้อยให้ใช้ผ้าเปียกหรือผ้าหมาดคลุมชิ้นงานไว้ เพื่อไม่ให้ดินแห้งแข็งเร็วก่อนกำหนด

3)  สร้างสรรค์ลวดลายตามที่ได้ออกแบบไว้ โดยแบ่งส่วนที่แกะลายไทย ส่วนพื้นเรียบสำหรับเขียนลายทอง และส่วนที่เจาะรูเพื่อสร้างความโปร่งให้กับตัวภาชนะตามลักษณะของการใข้งาน ที่ต้องการให้กลิ่นหอมของดอกไม้สดและดอกไม้แห้งค่อยๆ ส่งกลิ่นออกมาตามลักษณะของภาชนะ

  • ตัวโถฉลุลายเป็นลายเรขาคณิต โดยแกะเน้นเส้นเงาของเส้นเพื่อเพิ่มความละเอียดอ่อนช้อย
  • ฝาปิดส่วนฐานฝาเขียนลายทองเป็นลายไทย
  • ปลายฝาหัวไหลฉลุเป็นรู ประดับด้วยทองเหลืองเป็น

4)  นำเข้าเตาเผาโดยใช้อุณหภูมิในการเผาประมาณ 800-1,000 องศาเซลเซียส ใช้เวลาประมาณ 1 วัน จากนั้นจึงพักเตาให้ความร้อนค่อยๆ คลายตัวอย่างช้าๆ ซึ่งต้องใช้เวลาอีกประมาณ 1 วัน จึงเสร็จสมบูรณ์

5)  นำชิ้นงานผึ่งลมไว้ประมาณ 5-7 วัน จึงนำมาวาดลายตามแบบร่าง แล้วลงสี โดยนายพงษ์พันธุ์ใช้เทคนิคการเขียนลายที่มีเอกลักษณ์ โดยการใช้เทคนิคการเขียนลายแบบลายรดน้ำ มีลักษณะคล้ายกับงานลงรักปิดทอง โดยออกแบบลายด้วยความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ ด้วยการนำลายไทยแบบดั้งเดิมมาออกแบบให้เกิดลายใหม่อย่างลงตัว เช่น ลายบัวคว่ำบัวหงาย ลายกระจังลายกนก ลายประจำยาม เป็นต้น เมื่อเขียนลายเรียบร้อยนำชิ้นงานไปผึ่งให้สีแห้ง แล้วจึงประกอบชิ้นงานทองเหลืองรูปผีเสื้อและดอกไม้ มีคริสตัลร้อยด้วยทองเหลืองกับชิ้นงานเครื่องปั้นดินเผา เก็บและตกแต่งรายละเอียดเรียบร้อยจึงเสร็จสมบูรณ์

ข้อมูลแหล่งที่มา