คุณป้อม อัครเดช เจ้าของพิพิธภัณฑ์ผ้าโบราณสบันงาเล่าว่าคัมภีร์เป็นของสูง จึงต้องมีการเก็บรักษาไว้อย่างดี สมัยก่อนคัมภีร์ทำโดยการใช้ไม้ปลายแหลมขูดอักขระลงบนใบตาล จากนั้นเอาผงกะลามะพร้าวเผาผสมน้ำมันถูลงไปให้สีฝังอยู่ในช่องอักขระต่าง ๆ โดยผ้าที่นำมาใช้ทอร่วมกับตอกไม้ไผ่ทำผ้าห่อคัมภีร์นั้นมีหลากหลาย เช่น ชนชั้นเจ้านายใช้ผ้าปักลวดลาย กลุ่มวัฒนธรรมแถบอีสานนำผ้าถุงมาใช้ โดยนำผ้าและตอกมาทอติดกันคล้ายการทอเสื่อ บริเวณขอบผ้าห่อคัมภีร์มีการเก็บขอบไม่ให้หลุดรุ่ย เรียกว่าการกุ๊น วิธีการใช้คือนำคัมภีร์วางลงบนผ้าห่อ จากนั้นพับสามทบแล้วรัดเชือกเก็บเข้าที่