
“งานศิลปหัตถกรรมไม่ใช่เพียงแค่การสร้างสรรค์ชิ้นงาน แต่ยังเป็นการอนุรักษ์มรดกภูมิปัญญาและวัฒนธรรมที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น”
จุดเริ่มต้นในงานศิลปหัตถกรรมลงรักปิดทองลายรดน้ำของ ครูพิมพ์จุฑา สารกุล เกิดขึ้นเมื่อได้เข้ามาสมัครเรียนที่วิทยาลัยเพาะช่าง เมื่อปี พ.ศ. 2528 เกิดความสนใจเมื่อได้เห็นรูปแบบงานลายรดน้ำที่มีการใช้เทคนิคการเขียนรักนูนในงานที่ทำให้เกิดมิติและมีความงามที่แตกต่างจากงานลายรดน้ำโดยทั่วไป เกิดแรงบันดาลใจที่อยากที่จะศึกษาเรียนรู้ทางด้านนี้ จึงตัดสินใจสมัครเรียนในสาขาเครื่องรัก ณ วิทยาลัยเพาะช่าง และในระหว่างการศึกษา ได้รับโอกาสฝึกฝนและทดลองทำงานด้านศิลปะลายรดน้ำและการลงรักปิดทองจากอาจารย์อย่างต่อเนื่อง จากการฝึกฝน ทำให้มีโอกาสได้สั่งสมประสบการณ์ ทักษะและความชำนาญ นำมาแสดงความสามารถในการถ่ายทอดเทคนิคโบราณให้กลายเป็นผลงานที่มีคุณค่า ความสามารถในสร้างสรรค์งานที่ผสมผสานในแบบร่วมสมัย ทำให้ผลงานของครูพิมพ์จุฑา สารกุล ประสบความสำเร็จ จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นช่างศิลป์ผู้เชี่ยวชาญในงานลงรักปิดทองและลายรดน้ำ
หลังจากจบการศึกษาในระดับปริญญาตรี ครูพิมพ์จุฑา สารกุล ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการในกรมศิลปากร ในปี พ.ศ. 2533 และได้รับโอกาสสอนในศูนย์ฝึกอบรมช่างสิบหมู่จังหวัดสุพรรณบุรี จนปี พ.ศ. 2536 ได้ปรับเปลี่ยนจากศูนย์ฝึกอบรมช่างสิบหมู่มาเป็นวิทยาลัยช่างศิลปสุพรรณบุรี สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ และเริ่มต้นอาชึพรับราชการครู ยังคงถ่ายทอดความรู้และทักษะด้านงานลายรดน้ำและลงรักปิดทองให้กับนักเรียนและผู้สนใจที่มาเข้ารับการอบรม นำความรู้ออกเผยแพร่สู่ชุมชนและสังคม
ครูพิมพ์จุฑา สารกุล ยึดหลักปรัชญาในการทำงานที่มุ่งเน้นการอนุรักษ์และสืบสานงานช่างศิลปะไทยให้คงไว้ โดยเชื่อว่างานศิลปหัตถกรรมไม่ใช่เพียงแค่การสร้างสรรค์ชิ้นงาน แต่ยังเป็นการอนุรักษ์มรดกภูมิปัญญาและวัฒนธรรมที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น พร้อมทั้งเน้นสร้างความภาคภูมิใจให้กับเยาวชนและกลุ่มผู้สนใจ ให้เข้าใจความสำคัญของงานฝีมือแบบดั้งเดิม และได้มีการพัฒนาและสร้างสรรค์ผลงานงานลงรักปิดทองและลายรดน้ำให้มีความร่วมสมัย ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญในการสร้างสรรค์งานศิลป์ให้เข้าถึงได้ง่ายและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล